“สเตอร์ลิง” กด 2 แมนฯ ซิตี้ ขยี้ 4-0 บีบวัตฟอร์ดหนีตายนัดสุดท้าย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมรุกปูพรมถล่ม วัตฟอร์ด แบบไม่ปราณี 4-0 โดย ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาคนเดียว 2 ลูก ทำให้ วัตฟอร์ด ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้ายในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “สเตอร์ลิง” กด 2 แมนฯ ซิตี้ ขยี้ 4-0 บีบวัตฟอร์ดหนีตายนัดสุดท้าย
ฟันธงบอลวันนี้
วันที่ 21 เดือนกรกฎาคม 63 บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่ 37 นัดรองสุดท้ายของฤดู 2019-2020 วัตฟอร์ด ชั้น 17 ที่มี 34 คะแนน กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น เปิดสนามวิคาเรจ โรด ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 75 คะแนน การันตีตำแหน่งรองแชมป์ไปแล้ว
เกมนี้ “แตนอาละวาด” เจ้าถิ่นที่ให้ เฮย์เดน มัลลินส์ โค้ชทีมชุดใหญ่ขึ้นมาเป็นกุนซือรักษาการณ์แทน ไนเจล เพียร์สัน ที่พึ่งจะถูกปลด มีการปรับ 2 ตำแหน่ง โดยแนวรับให้ เอเดรียน มาริอัปปา ลงเล่นแทน อดัม มาซินา แบ็กซ้ายที่ไม่ฟิตบริบูรณ์เป็นได้แค่ผู้เล่นสำรอง ซึ่ง มาริอัปปา มาประจำการแบ็กขวา พร้อมโยก กิโก เฟเมเนีย ไปเล่นแบ็กซ้ายแทน ส่วนแดนหน้าก็พัก แดนนี เวลเบ็ค แล้วส่ง โรแบร์โต เปเรย์รา ลงมาเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ประสานงานกับ อิสไมลา ซาร์ ทางฝั่งขวา และ ทรอย ดีนีย์ หน้าเป้า
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” ทีมเยือนของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับ 4 ตำแหน่งจากเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่แพ้ อาร์เซนอล 0-2 โดยใช้ เจา คันเซโล ยืนแบ็กซ้ายแทน แบ็งฌาแม็ง เมนดี, กลางรับให้ โรดรี ลงแทน อิลคาย กุนโดกัน ส่วนกลางรุกส่ง ฟิล โฟเดน กับ แบร์นาร์โด ซิลวา ออกสตาร์ตตัวจริงแทน ริยาด มาห์เรซ กับ ดาบิด ซิลบา
เปิดฉากมา แมนฯ ซิตี้ ครองบอลเหนือกว่าและหาจังหวะกดดันเจ้าถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 11 โรดรี มีโอกาสยิงไกล บอลแฉลบนิดหน่อยจนเกือบย้อยแทงใต้คาน แต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังพุ่งปัดออกไปได้
ฟอสเตอร์ พยายามเซฟช่วย วัตฟอร์ด แต่ก็ต้านไม่ไหว ฟันธงบอลวันนี้
รูปเกมยังเป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่พับสนามบุกอยู่ข้างเดียว นาทีที่ 31 ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามไปเก็บบอลรอบๆริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิง เกี่ยวได้แล้วซัดเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งแทงมุมอย่างเด็ดขาด แมนฯ ซิตี้ ออกนำก่อน 1-0
นาทีที่ 39 ทีมเยือนมาได้จุดโทษ เมื่อ สเตอร์ลิง ถูก วิลล์ ฮิวจ์ส เกี่ยวจากด้านหลังล้มลงในจุดโทษ และ สเตอร์ลิง ก็ลุกขึ้นมาฆ่าเอง แม้จะยิงไปติดเซฟของ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังมาเข้าทางให้ สเตอร์ลิง ได้ซ้ำดาบสองเข้าไปเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
สเตอร์ลิง ยิงเต็มข้อแบบไม่ปราณี วัตฟอร์ด
ช่วงหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังดาหน้าบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้น แบร์นาร์โด ซิลวา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ บอลไปติดแขน เอเดรียน มาริอัปปา แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อโดยไม่มีการเช็กวีเออาร์ย้อนหลัง ก่อนที่นาทีที่ 47 เควิน เดอ บรอยน์ จะป้ายให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปกดเน้นๆ แต่ ฟอสเตอร์ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 63 “เรือใบสีฟ้า” บีบแย่งบอลมาจาก “แตนอาละวาด” ได้ ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะจ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ลิง ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังไปเข้าทาง ฟิล โฟเดน ซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือ แมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่าง 3-0
เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 67 เดอ บรอยน์ เปิดฟรีคิกเข้าไปให้ เอเมอริก ลาปอร์กต์ ขึ้นโหม่งย้อนศร ส่งบอลเช็ดเสาเข้าไปให้ทีมเยือนนำห่างแบบสุดกู่ 4-0 และเป็นประตูแรกในซีซั่นนี้ของ ลาปอร์กต์ ด้วย
ลาปอร์กต์ (ที่ 3 จากซ้าย) เบิกสกอร์แรกในซีซั่นนี้
เวลาที่เหลือ แม้ว่าผู้มาเยือนจะผ่อนเกมลง แต่ก็ยังครองบอลได้มากกว่า ขณะที่เจ้าบ้านแทบไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูเลย และเกือบโดนเพิ่มอีกลูกด้วยในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย แต่ กาเบรียล เชซุส ที่โหม่งเข้าไปแล้ว ถูกจับล้ำหน้าก่อน ทำให้จบ 90 นาที แมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะได้แบบไม่ยากเย็น 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 78 คะแนน รั้งชั้น 2 ต่อไป
ส่วน วัตฟอร์ด มี 34 คะแนนเท่าเดิม แต่หล่นมาอยู่ชั้น 18 แทน แอสตัน วิลลา ที่ขึ้นมาอยู่ชั้น 17 แทน หลังจากชนะ อาร์เซนอล 1-0 ทำให้มีแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้-เสีย แอสตัน วิลลา ติดลบ 26 ขณะที่ วัตฟอร์ด ติดลบ 27 เท่ากับ บอร์นมัธ ชั้น 19 ที่มี 31 คะแนน ทำให้ “แตนอาละวาด” ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย ซึ่งจะไปเยือน อาร์เซนอล วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมนี้
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
วัตฟอร์ด (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ (ผู้รักษาประตู), เอเดรียน มาริอัปปา, คริสเตียน คาบาเซเล, เคร็ก ดอว์สัน, กิโก เฟเมเนีย, วิลล์ ฮิวจ์ส, อับดูลาย ดูกูเร, อิสไมลา ซาร์, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, โรแบร์โต เปเรย์รา, ทรอย ดีนีย์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน (ผู้รักษาประตู), ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริก การ์เซีย, เอเมอริก ลาปอร์กต์, เจา คันเซโล, เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, แบร์นาร์โด ซิลวา, ฟิล โฟเดน, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมรุกปูพรมถล่ม วัตฟอร์ด แบบไม่ปราณี 4-0 โดย ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาคนเดียว 2 ลูก ทำให้ วัตฟอร์ด ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้ายในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันที่ 21 เดือนกรกฎาคม 63 บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่ 37 นัดรองสุดท้ายของฤดู 2019-2020 วัตฟอร์ด ชั้น 17 ที่มี 34 คะแนน กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น เปิดสนามวิคาเรจ โรด ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 75 คะแนน การันตีตำแหน่งรองแชมป์ไปแล้ว
เกมนี้ “แตนอาละวาด” เจ้าถิ่นที่ให้ เฮย์เดน มัลลินส์ โค้ชทีมชุดใหญ่ขึ้นมาเป็นกุนซือรักษาการณ์แทน ไนเจล เพียร์สัน ที่พึ่งจะถูกปลด มีการปรับ 2 ตำแหน่ง โดยแนวรับให้ เอเดรียน มาริอัปปา ลงเล่นแทน อดัม มาซินา แบ็กซ้ายที่ไม่ฟิตบริบูรณ์เป็นได้แค่ผู้เล่นสำรอง ซึ่ง มาริอัปปา มาประจำการแบ็กขวา พร้อมโยก กิโก เฟเมเนีย ไปเล่นแบ็กซ้ายแทน ส่วนแดนหน้าก็พัก แดนนี เวลเบ็ค แล้วส่ง โรแบร์โต เปเรย์รา ลงมาเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ประสานงานกับ อิสไมลา ซาร์ ทางฝั่งขวา และ ทรอย ดีนีย์ หน้าเป้า
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” ทีมเยือนของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับ 4 ตำแหน่งจากเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่แพ้ อาร์เซนอล 0-2 โดยใช้ เจา คันเซโล ยืนแบ็กซ้ายแทน แบ็งฌาแม็ง เมนดี, กลางรับให้ โรดรี ลงแทน อิลคาย กุนโดกัน ส่วนกลางรุกส่ง ฟิล โฟเดน กับ แบร์นาร์โด ซิลวา ออกสตาร์ตตัวจริงแทน ริยาด มาห์เรซ กับ ดาบิด ซิลบา
เปิดฉากมา แมนฯ ซิตี้ ครองบอลเหนือกว่าและหาจังหวะกดดันเจ้าถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 11 โรดรี มีโอกาสยิงไกล บอลแฉลบนิดหน่อยจนเกือบย้อยแทงใต้คาน แต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังพุ่งปัดออกไปได้
ฟอสเตอร์ พยายามเซฟช่วย วัตฟอร์ด แต่ก็ต้านไม่ไหว
รูปเกมยังเป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่พับสนามบุกอยู่ข้างเดียว นาทีที่ 31 ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามไปเก็บบอลรอบๆริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิง เกี่ยวได้แล้วซัดเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งแทงมุมอย่างเด็ดขาด แมนฯ ซิตี้ ออกนำก่อน 1-0
นาทีที่ 39 ทีมเยือนมาได้จุดโทษ เมื่อ สเตอร์ลิง ถูก วิลล์ ฮิวจ์ส เกี่ยวจากด้านหลังล้มลงในจุดโทษ และ สเตอร์ลิง ก็ลุกขึ้นมาฆ่าเอง แม้จะยิงไปติดเซฟของ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังมาเข้าทางให้ สเตอร์ลิง ได้ซ้ำดาบสองเข้าไปเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
สเตอร์ลิง ยิงเต็มข้อแบบไม่ปราณี วัตฟอร์ด
ช่วงหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังดาหน้าบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้น แบร์นาร์โด ซิลวา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ บอลไปติดแขน เอเดรียน มาริอัปปา แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อโดยไม่มีการเช็กวีเออาร์ย้อนหลัง ก่อนที่นาทีที่ 47 เควิน เดอ บรอยน์ จะป้ายให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปกดเน้นๆ แต่ ฟอสเตอร์ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 63 “เรือใบสีฟ้า” บีบแย่งบอลมาจาก “แตนอาละวาด” ได้ ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะจ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ลิง ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังไปเข้าทาง ฟิล โฟเดน ซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือ แมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่าง 3-0
เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 67 เดอ บรอยน์ เปิดฟรีคิกเข้าไปให้ เอเมอริก ลาปอร์กต์ ขึ้นโหม่งย้อนศร ส่งบอลเช็ดเสาเข้าไปให้ทีมเยือนนำห่างแบบสุดกู่ 4-0 และเป็นประตูแรกในซีซั่นนี้ของ ลาปอร์กต์ ด้วย
ลาปอร์กต์ (ที่ 3 จากซ้าย) เบิกสกอร์แรกในซีซั่นนี้
เวลาที่เหลือ แม้ว่าผู้มาเยือนจะผ่อนเกมลง แต่ก็ยังครองบอลได้มากกว่า ขณะที่เจ้าบ้านแทบไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูเลย และเกือบโดนเพิ่มอีกลูกด้วยในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย แต่ กาเบรียล เชซุส ที่โหม่งเข้าไปแล้ว ถูกจับล้ำหน้าก่อน ทำให้จบ 90 นาที แมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะได้แบบไม่ยากเย็น 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 78 คะแนน รั้งชั้น 2 ต่อไป
ส่วน วัตฟอร์ด มี 34 คะแนนเท่าเดิม แต่หล่นมาอยู่ชั้น 18 แทน แอสตัน วิลลา ที่ขึ้นมาอยู่ชั้น 17 แทน หลังจากชนะ อาร์เซนอล 1-0 ทำให้มีแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้-เสีย แอสตัน วิลลา ติดลบ 26 ขณะที่ วัตฟอร์ด ติดลบ 27 เท่ากับ บอร์นมัธ ชั้น 19 ที่มี 31 คะแนน ทำให้ “แตนอาละวาด” ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย ซึ่งจะไปเยือน อาร์เซนอล วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมนี้
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม ฟันธงบอลวันนี้
วัตฟอร์ด (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ (ผู้รักษาประตู), เอเดรียน มาริอัปปา, คริสเตียน คาบาเซเล, เคร็ก ดอว์สัน, กิโก เฟเมเนีย, วิลล์ ฮิวจ์ส, อับดูลาย ดูกูเร, อิสไมลา ซาร์, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, โรแบร์โต เปเรย์รา, ทรอย ดีนีย์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน (ผู้รักษาประตู), ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริก การ์เซีย, เอเมอริก ลาปอร์กต์, เจา คันเซโล, เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, แบร์นาร์โด ซิลวา, ฟิล โฟเดน, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมรุกปูพรมถล่ม วัตฟอร์ด แบบไม่ปราณี 4-0 โดย ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาคนเดียว 2 ลูก ทำให้ วัตฟอร์ด ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้ายในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันที่ 21 เดือนกรกฎาคม 63 บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่ 37 นัดรองสุดท้ายของฤดู 2019-2020 วัตฟอร์ด ชั้น 17 ที่มี 34 คะแนน กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น เปิดสนามวิคาเรจ โรด ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 75 คะแนน การันตีตำแหน่งรองแชมป์ไปแล้ว
เกมนี้ “แตนอาละวาด” เจ้าถิ่นที่ให้ เฮย์เดน มัลลินส์ โค้ชทีมชุดใหญ่ขึ้นมาเป็นกุนซือรักษาการณ์แทน ไนเจล เพียร์สัน ที่พึ่งจะถูกปลด มีการปรับ 2 ตำแหน่ง โดยแนวรับให้ เอเดรียน มาริอัปปา ลงเล่นแทน อดัม มาซินา แบ็กซ้ายที่ไม่ฟิตบริบูรณ์เป็นได้แค่ผู้เล่นสำรอง ซึ่ง มาริอัปปา มาประจำการแบ็กขวา พร้อมโยก กิโก เฟเมเนีย ไปเล่นแบ็กซ้ายแทน ส่วนแดนหน้าก็พัก แดนนี เวลเบ็ค แล้วส่ง โรแบร์โต เปเรย์รา ลงมาเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ประสานงานกับ อิสไมลา ซาร์ ทางฝั่งขวา และ ทรอย ดีนีย์ หน้าเป้า
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” ทีมเยือนของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับ 4 ตำแหน่งจากเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่แพ้ อาร์เซนอล 0-2 โดยใช้ เจา คันเซโล ยืนแบ็กซ้ายแทน แบ็งฌาแม็ง เมนดี, กลางรับให้ โรดรี ลงแทน อิลคาย กุนโดกัน ส่วนกลางรุกส่ง ฟิล โฟเดน กับ แบร์นาร์โด ซิลวา ออกสตาร์ตตัวจริงแทน ริยาด มาห์เรซ กับ ดาบิด ซิลบา
เปิดฉากมา แมนฯ ซิตี้ ครองบอลเหนือกว่าและหาจังหวะกดดันเจ้าถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 11 โรดรี มีโอกาสยิงไกล บอลแฉลบนิดหน่อยจนเกือบย้อยแทงใต้คาน แต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังพุ่งปัดออกไปได้
ฟอสเตอร์ พยายามเซฟช่วย วัตฟอร์ด แต่ก็ต้านไม่ไหว
รูปเกมยังเป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่พับสนามบุกอยู่ข้างเดียว นาทีที่ 31 ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามไปเก็บบอลรอบๆริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิง เกี่ยวได้แล้วซัดเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งแทงมุมอย่างเด็ดขาด แมนฯ ซิตี้ ออกนำก่อน 1-0
นาทีที่ 39 ทีมเยือนมาได้จุดโทษ เมื่อ สเตอร์ลิง ถูก วิลล์ ฮิวจ์ส เกี่ยวจากด้านหลังล้มลงในจุดโทษ และ สเตอร์ลิง ก็ลุกขึ้นมาฆ่าเอง แม้จะยิงไปติดเซฟของ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังมาเข้าทางให้ สเตอร์ลิง ได้ซ้ำดาบสองเข้าไปเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
สเตอร์ลิง ยิงเต็มข้อแบบไม่ปราณี วัตฟอร์ด
ช่วงหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังดาหน้าบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้น แบร์นาร์โด ซิลวา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ บอลไปติดแขน เอเดรียน มาริอัปปา แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อโดยไม่มีการเช็กวีเออาร์ย้อนหลัง ก่อนที่นาทีที่ 47 เควิน เดอ บรอยน์ จะป้ายให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปกดเน้นๆ แต่ ฟอสเตอร์ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 63 “เรือใบสีฟ้า” บีบแย่งบอลมาจาก “แตนอาละวาด” ได้ ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะจ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ลิง ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ฟอสเตอร์ แต่บอลก็ยังไปเข้าทาง ฟิล โฟเดน ซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือ แมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่าง 3-0
เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 67 เดอ บรอยน์ เปิดฟรีคิกเข้าไปให้ เอเมอริก ลาปอร์กต์ ขึ้นโหม่งย้อนศร ส่งบอลเช็ดเสาเข้าไปให้ทีมเยือนนำห่างแบบสุดกู่ 4-0 และเป็นประตูแรกในซีซั่นนี้ของ ลาปอร์กต์ ด้วย
ลาปอร์กต์ (ที่ 3 จากซ้าย) เบิกสกอร์แรกในซีซั่นนี้
เวลาที่เหลือ แม้ว่าผู้มาเยือนจะผ่อนเกมลง แต่ก็ยังครองบอลได้มากกว่า ขณะที่เจ้าบ้านแทบไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูเลย และเกือบโดนเพิ่มอีกลูกด้วยในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย แต่ กาเบรียล เชซุส ที่โหม่งเข้าไปแล้ว ถูกจับล้ำหน้าก่อน ทำให้จบ 90 นาที แมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะได้แบบไม่ยากเย็น 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 78 คะแนน รั้งชั้น 2 ต่อไป
ส่วน วัตฟอร์ด มี 34 คะแนนเท่าเดิม แต่หล่นมาอยู่ชั้น 18 แทน แอสตัน วิลลา ที่ขึ้นมาอยู่ชั้น 17 แทน หลังจากชนะ อาร์เซนอล 1-0 ทำให้มีแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้-เสีย แอสตัน วิลลา ติดลบ 26 ขณะที่ วัตฟอร์ด ติดลบ 27 เท่ากับ บอร์นมัธ ชั้น 19 ที่มี 31 คะแนน ทำให้ “แตนอาละวาด” ยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย ซึ่งจะไปเยือน อาร์เซนอล วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมนี้
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
วัตฟอร์ด (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ (ผู้รักษาประตู), เอเดรียน มาริอัปปา, คริสเตียน คาบาเซเล, เคร็ก ดอว์สัน, กิโก เฟเมเนีย, วิลล์ ฮิวจ์ส, อับดูลาย ดูกูเร, อิสไมลา ซาร์, ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, โรแบร์โต เปเรย์รา, ทรอย ดีนีย์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน (ผู้รักษาประตู), ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริก การ์เซีย, เอเมอริก ลาปอร์กต์, เจา คันเซโล, เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, แบร์นาร์โด ซิลวา, ฟิล โฟเดน, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *