สุดอาลัย ประวิทย์ อดีตกองหน้าทีมชาติไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

สุดอาลัย ประวิทย์ อดีตกองหน้าทีมชาติไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ปี 2546 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ เสียชีวิต ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (8 ส.ค. 63)
เกิดเรื่องเศร้าในวงการฟุตบอลไทยในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ปี 2546 ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการขี่รถมอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถบรรทุก ที่จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของตัวเอง ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (8 ส.ค. 63)

สำหรับ ประวิทย์ วสุนทรา เจ้าของฉายา “ซุปเปอร์โทน” เคยคิดทีมชาติไทย ในชุดแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 33 และผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในลีกไทยมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด, โอสถสภา เอ็ม-150, จันทบุรี เอฟซี, เชียงใหม่ เอฟซี สมุทรสงคราม เอฟซี, หนองคาย เอฟที ต่อไปในปี 2019 อยู่กับ สโมสรไอดิน สปอร์ต ในศึกอเมเจอร์ ลีก

ทีมข่าว SMMSPORT ขอแสดงความเสียใจในการจากไปของ ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย

ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็น Partner ของประเทศไทยในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทีมมีประวัติของความสำเร็จในการแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือชนะเลิศอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 5 สมัย และชนะเลิศซีเกมส์ 10 สมัย โดยทีมชาติไทยยังสามารถคว้าอันดับ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 และเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง และในเอเชียนเกมส์ 4 ครั้ง โดยอันดับโลกฟีฟ่าที่ทีมชาติไทยทำอันดับได้ดีที่สุด คือ อันดับที่ 42 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 ทุกวันนี้ทีมชาติไทยอยู่อันดับที่ 113 ของโลก, อันดับที่ 20 ของเอเชีย และอันดับที่ 2 ของอาเซียน จากการจัดอันดับโดยฟีฟ่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 ในนามคณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม และเล่นการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก (พบกับทีมฝ่ายยุโรป) ที่สนามราชกรีฑาสโมสร ในวันที่ 20 ธันวาคม ในปีนั้น จนวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ โดยลงเล่นในการแข่งขันระหว่างประเทศครั้งแรกใน พ.ศ. 2473 พบกับทีมชาติอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นเวียดนามใต้ และ ฝรั่งเศส เพื่อต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชื่อของทีมชาติและชื่อของสมาคมได้ถูกเปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2482 เมื่อสยามกลายเป็นประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2499 พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1956ที่เมลเบิร์น โดยเป็นครั้งแรกของทางทีมที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมไทยจับฉลากพบกับสหราชอาณาจักร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยพ่ายแพ้ไป 0-9 (ความพ่ายแพ้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์) ตกรอบทันที โดยในรอบที่ 2 ทีมสหราชอาณาจักรก็พ่ายแพ้ให้กับทีมชาติบัลแกเรีย 6 ประตูต่อ 1 โดยทีมชาติบัลแกเรียได้เหรียญทองแดง ทีมชาติยูโกสลาเวีย ได้เหรียญเงิน และสหภาพโซเวียตได้เหรียญทองไปครอง ภายหลังจากการแข่งขัน หนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า “ทีมชาติเมืองผู้ดีเฆี่ยนทีมชาติไทย 9 – 0” ซึ่งภายหลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ หนึ่งในนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกไปศึกษาหาความรู้พื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี เพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2508 ฟุตบอลทีมชาติไทยก็คว้าเหรียญทองในกีฬาแหลมทอง (ทุกวันนี้เรียกว่าซีเกมส์) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จนถึง พ.ศ. 2552 ประเทศไทยชนะเลิศการแข่งขันทุก ๆ 2 ปีรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *